วันพฤหัสบดีที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2562

ขนมดอกโสน

การทำขนมดอกโสน

     สวัสดีค่ะวันนี้ดิฉันขอเเนะนำขนมไทยที่มีชื่อว่า ขนมดอกโสน(อ่านว่า ดอก-สะ-โหน) รู้จักกันไหมน๊า! 
แต่ถ้าใครบ้านอยู่ต่างจังหวัดเชื่อว่าน่าจะเคยเห็นนะค่ะ เป็นต้นไม้ล้มลุกที่ขึ้นเองตามแถวแหล่งน้ำ ริมบ่อ ริมคลอง เรียกว่าหาได้ง่ายค่ะ ดอกโสน นอกจากเอามาทำเป็นของหวานอย่างขนมดอกโสนก็ยังเอามาลวกจิ้มกินกับน้ำพริก เอามาผัด เคยเห็นเป็นแพ็กขายตามห้างด้วยนะค่ะ ถ้าเป็นที่บ้านต่างจังหวัดนานๆ ก็จะมีแม่ค้าเอามาขายเป็นถุง ถุงละไม่กี่บาทค่ะ ถ้าใครหาซื้อได้ลองเอามาทำขนมดอกโสนกินดูค่ะ


ส่วนผสมและสัดส่วน
        1. ดอกโสนประมาณ 200 กรัม
2. แป้งข้าวเจ้า 500 กรัม
3. น้ำตาลปี๊บ 250 กรัม 
4. หัวกะทิ 1 ถ้วย
5. น้ำลอยดอกมะลิ 1 ถ้วย
6. เกลือป่น 2 ช้อนชา
7. มะพร้าวทึนทึกขูด
วิธีปรุง
1. เลือกเอาแต่ดอกโสน เด็ดก้านที่ติดมาด้วยทิ้งไป ถ้าซื้อตามตลาดจะมาแบบทั้งก้านค่ะ
2. น้ำไปล้างน้ำสัก1 ครั้ง ต้องล้างเบาๆนิดหนึ่งนะค่ะ ไม่งั้นโสนน้อยของเราช้ำหมด สะเด็ดน้ำให้แห้งค่ะ
3. ใส่แป้งข้าวเจ้าลงในชามในใหญ่ หรือกะละมัง (จะได้คลุกสะดวก)เทน้ำกะทิลงไป โดยแบ่งเทประมาณ 3 -4 ครั้ง ตอนนี้ใช้มือ(ที่ล้างสะอาดแล้วนะคะ) ค่อยๆขยำทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที
4. ใช้กระชอนหรือตะแกรง ที่ร่อนแป้งก็ได้ค่ะนำแป้งใส่กระชอนแล้วยีๆ เอากะละมังรอง ให้แป้งไม่ติดกันเป็นลูก
5. นำดอกโสนมาคลุกกับแป้ง แล้วนำไปนึ่งในซึ้งที่รองด้วยผ้าขาวบาง นึ่งประมาณ 15 นาที
5. พอขนมสุกก็ตักมาโรยหน้าด้วยมะพร้าวขูดแล้วโรยน้ำตาล หรือจะละลายน้ำตาลปี๊บผสมกับเกลือเล็กน้อยในน้ำอุ่นทำเป็นน้ำราดก็ได้ค่ะ


วันพุธที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2562

กะละแม

การทำกะละแม



   กะละแม เป็นขนมไทยที่ทำจากแป้งข้าวเหนียว ซึ่งในอดีตนิยมทำมากในช่วงขึ้นในวันปีใหม่ไทยหรือวันสงกรานต์ไทยที่มักจะใช้ใบตองห่อเป็นรูปพีรามิด ด้านในเป็นเนื้อขนมสีดำ สีแดงอมดำ หรือสีเขียว เนื้อขนมเหนียวนุ่ม ให้รสหวานมัน

วัสดุ และอุปกรณ์

– อ่างผสม
– ถ้วยตวง
– ช้อนตวง
– ถาดอะลูมิเนียม
– กระทะ
– ไม้พาย
– เตาแก๊ส
– ใบตอง (นำมาลนไฟให้เหลือง และอ่อน พร้อมฉีกเป็นแผ่นกว้างประมาณ 1 นิ้ว) หรืออาจใช้แผ่นพลาสติก
– ไม้กลัด (ใช้ไม้ไผ่เหลาหรือก้านมะพร้าว)
สูตรกะละแม
วัตถุดิบสูตรที่1สูตรที่ 2สูตรที่3
– แป้งข้าวเหนียว0.512กิโลกรัม
– แป้งถั่วเขียว0.30.5–กิโลกรัม
– แป้งท้าวยายม่อม0.20.50.5กิโลกรัม
– นํ้าตาลทรายแดง11–กิโลกรัม
– นํ้าตาลปีบ–0.52กิโลกรัม
– นํ้ากะทิ234ถ้วย
– นํ้าปูนใส–11.5ถ้วย
– นํ้ากาบมะพร้าวเผา (ให้สีดำ)หรือ น้ำคั้นกาแฟ หรือ นํ้าคั้นใบเตย (ให้สีเขียว)122ถ้วย

วิธีทำกะละแม

– แป้งข้าวเหนียว แป้งถั่วเขียว และแป้งท้าวยายม่อม มาคลุกผสมกัน พร้อมรินน้ำกะทิ และน้ำตาลลงผสมทีละน้อย พร้อมนวดแป้งนาน 20-30 นาที จนไม่เห็นเม็ดน้ำตาล หลังจากนั้น เทน้ำกาบมะพร้าวลงผสม และกวนจนเป็นเนื้อเดียวกัน
– นำน้ำแป้งกะละแมไปตั้งไฟ พร้อมกวนอย่างต่อเนื่องนาน 3-5 ชั่วโมง จนได้เนื้อกะละแมที่เหนียวหนืด ก่อนยกลงตั้งไว้ให้เย็น
– ตักเนื้อกะละแมวางบนใบตอง ก่อนห่อพับซ้าย-ขวา และบน-ล่าง พร้อมกลัดด้วยไม้กลัด

ข้อเสนอแนะ

1. การใช้แป้งข้าวเหนียวดำ อาจไม่จำเป็นต้องใช้น้ำจากกาบมะพร้าวเผา แต่จะได้กะละแมเป็นสีแดงอมดำ ไม่ดำสนิท
2. การทำกะละแมสามารถใช้แป้งข้าวเหนียวเพียงอย่างเดียวก็ได้ ซึ่งการใช้แป้งข้าวเหนียวเพียงอย่างเดียวถือเป็นสูตร และวิธีดั้งเดิมที่คนโบราณทำกัน ซึ่งมักจะนำข้าวเหนียวมาแช่น้ำ และโม่ด้วยมือจนได้น้ำแป้งข้าวเหนียว แต่ปัจจุบันมักเพิ่มแป้งท้าวยายม่อมหรือแป้งถั่วเขียวด้วย เพื่อให้เนื้อกะละแมไม่เหนียวมาก และเพิ่มความนุ่มให้มากขึ้น
3. การนำกะละแมลงเคี่ยว ในตอนแรกให้ใช้ไฟปานกลาง พอให้แป้งเริ่มสุก จากนั้น ให้เพิ่มไฟแรงขึ้นเพื่อเคี่ยวให้ข้น และสุดท้ายค่อยลดไฟลง เพราะหากใช้ไฟแรงมากในช่วงแรกอาจทำให้แป้งจับตัวเป็นก้อนได้
4. การใช้น้ำคั้นเมล็ดกาแฟ ปัจจุบันก็เริ่มนิยมทำกัน ซึ่งจะได้กะละแมสีดำหรือสีน้ำตาลดำตามสีของเมล็ดกาแฟที่นำมาคั้น และช่วยให้กะละแมมีกลิ่นหอมกาแฟ รวมถึงให้รสกาแฟ และช่วยให้รู้สึกกระปรีกระเปร่าเหมือนการกินกาแฟด้วย




เต้าส่วน

การทำเต้าส่วน


    วันนี้เราจะพาทุกท่านเข้าสู่การทำขนมเต้าส่วน (Mung Bean Pudding)กันนะ ขนมไทยเหนียว ๆ ยืด ๆ กรุบ ๆ ขนมไทยทำง่าย อุปกรณ์น้อย รสชาติอร่อยลงตัวทั้งหวานมันได้รสเค็มนิด ๆ จากหน้ากะทิ เด็กกินได้ผู้ใหญ่กินอร่อย แถมวิธีทำก็ง่ายนิดเดียวเองด้วย




ส่วนผสม เต้าส่วน

        • ถั่วเขียวเราะเปลือก (ถั่วทอง) 1+1/4 ถ้วย
        • น้ำเปล่า 3+1/2 ถ้วย
        • ใบเตย 4-6 ใบ (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้) 
        • น้ำตาลทรายขาว 1 ถ้วย
        • แป้งมันสำปะหลัง 2 ช้อนโต๊ะ
        • แป้งเท้ายายม่อม 2 ช้อนโต๊ะ
        • น้ำเปล่า 1 ถ้วย (สำหรับผสมแป้ง)
        • หัวกะทิ 1+1/4 ถ้วย
        • เกลือป่น 1/2 ช้อนชา

วิธีทำเต้าส่วน

เต้าส่วน

เต้าส่วน
        • ล้างถั่วเขียวเราะเปลือกให้สะอาดประมาณ 3-4 ครั้งจนน้ำที่ล้างถั่วนั้นใส จากนั้นแช่น้ำทิ้งไว้ 2 ชั่วโมง

เต้าส่วน

เต้าส่วน

เต้าส่วน

        • นำถั่วเขียวที่แช่น้ำแล้ววางลงในผ้าขาวบางแล้วนำไปนึ่งในชุดนึ่งที่มีน้ำเดือด ใช้ไฟปานกลาง นึ่งประมาณ 30-40 นาที พอครบเวลา ปิดเตา พักถั่วเขียวทิ้งไว้

เต้าส่วน

        • ใส่น้ำเปล่าลงในหม้อ ตามด้วยใบเตยมัดเป็นปม ต้มจนน้ำเดือดพล่าน

เต้าส่วน

        • เติมน้ำตาลทรายลงไปคนให้น้ำตาลทรายละลาย เคี่ยวจนเดือดอีกครั้งแล้วนำใบเตยทิ้ง 

เต้าส่วน

เต้าส่วน
        • ผสมแป้งมันสำปะหลังกับแป้งเท้ายายม่อม และน้ำเปล่า คนผสมให้แป้งละลายเข้ากัน

เต้าส่วน

เต้าส่วน
        • เทส่วนผสมแป้งละลายน้ำลงในหม้อน้ำเชื่อมที่เดือด ๆ ใช้ไฟอ่อนแล้วคนผสมตลอดเวลาให้เข้ากันจนแป้งเหนียวและใส

เต้าส่วน

        • ใส่ถั่วเขียวนึ่งสุกลงไปคนผสมให้เข้ากัน 

เต้าส่วน

        • รอจนเดือดอีกครั้ง ปิดไฟ ยกลงจากเตา เตรียมไว้

เต้าส่วน

        • ทำหน้ากะทิ โดยใส่กะทิลงในหม้อ ตามด้วยใบเตย และเกลือป่น นำขึ้นตั้งไฟอ่อนจนน้ำกะทิเริ่มเดือดเล็กน้อยไม่ต้องให้แตกมัน ปิดไฟ เตรียมไว้

เต้าส่วน

        • ตักส่วนผสมเต้าส่วนลงในถ้วย

เต้าส่วน

        • ราดด้วยหน้ากะทิ พร้อมเสิร์ฟ




เฉาก๊วย

การทำเฉาก๊วย


    อากาศตอนเที่ยงแบบนี้ถ้าได้ทานขนมหวานเย็นก็คงจะดีไม่น้อย และเมนูอันดับต้น ๆ ที่นึกถึงคงหนีไม่พ้นเฉาก๊วย มีทั้งแบบถุงสำเร็จรูปเอามาฉีกใส่น้ำแข็ง ตามด้วยน้ำตาลทรายแดง หรือจะเอามาใส่นมสดก็อร่อยไปอีกแบบ หรือซื้อแบบตักสดที่สามารถเลือกใส่ท็อปปิ้งอย่างลูกชิด ทับทิมกรอบ แปะก๊วย วุ้นมะพร้าว หรืออื่น ๆ ตามชอบ ไม่ว่าจะทานแบบไหนก็อร่อยทั้งนั้นแหละเนอะ วันนี้กระปุกดอทคอมจะพาเพื่อน ๆ ไปรู้จักกับประวัติเฉาก๊วยให้มากขึ้นกว่าเดิม สืบให้รู้ถึงแหล่งกำเนิดและวิธีทำก่อนจะเป็นเฉาก๊วยเนื้อเหนียวสีดำแสนอร่อยที่เราหม่ำเข้าปากกัน



ส่วนผสม เฉาก๊วย

           เฉาก๊วยสำเร็จรูป 1 ซอง
           น้ำเปล่า 1 ลิตร
           น้ำตาลทองธรรมชาติ
           น้ำเปล่า (สำหรับทำน้ำเชื่อม)
           น้ำแข็ง สำหรับเสิร์ฟ

 วิธีทำเฉาก๊วย
           1. เทผงเฉาก๊วยใส่ลงอ่างผสม เติมน้ำ 250 มิลลิลิตรลงไป คนผสมให้เข้ากันดี เตรียมไว้
           2. ใส่น้ำที่เหลือ (750 มิลลิลิตร) ลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟจนเดือด พอน้ำเดือดแล้วปรับเป็นไฟอ่อนแล้วเทส่วนผสมเฉาก๊วยลงไปกวนผสมให้เข้ากันจนข้นและเนียน 
           3. ปิดไฟแล้วเทใส่พิมพ์ พักไว้ให้เย็นและเฉาก๊วยเซตตัว (สามารถเลือกพิมพ์แบบไหนก็ได้ตามชอบหรือตามที่มี เราใส่พิมพ์เค้ก และพิมพ์ลายการ์ตูนกะว่าจะให้น่ารัก แต่... ตอนแกะออกจากพิมพ์ปรากฏว่าไม่เห็นความน่ารัก ออกแนวน่ากลัวตัวประหลาด) 
           4. ทำน้ำเชื่อมโดยใส่น้ำตาลลงในหม้อตามด้วยน้ำเปล่า (อัตราส่วนหวานมาก-น้อยตามชอบเลยค่ะ) นำขึ้นตั้งไฟเคี่ยวจนเดือด ปิดไฟ เตรียมไว้
           5. ตักเฉาก๊วยใส่ถ้วย ตามด้วยน้ำเชื่อม เติมน้ำแข็ง พร้อมเสิร์ฟ อาจจะเพิ่มลูกชิด ขนุน ลูกตาล ข้าวโพด ฯลฯ หรือจะหั่นซอยเป็นเส้นเล็ก ๆ ใส่แก้ว ใช้หลอดดูดก็ไม่เลวนะคะ ส่วนตัวแล้ว เราว่าหั่นชิ้นสี่เหลี่ยมธรรมดา ๆ ใส่น้ำเชื่อม เติมน้ำแข็งแบบนี้ล่ะเวิร์กสุดแล้ว

ประโยชน์ของเฉาก๊วย

          เฉาก๊วยนอกจากเอามากินคลายร้อนแล้วยังมีประโยชน์ในด้านสมุนไพรคือ ช่วยแก้ร้อนใน แก้หวัด ลดความดันโลหิต ลดอาการกล้ามเนื้ออักเสบ ลดอาการตับอักเสบ ลดอาการไขข้ออักเสบ และช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด หรือหากดื่มน้ำเฉาก๊วยเป็นประจำจะช่วยลดอาการโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานได้ด้วยนะคะ แต่ข้อควรระวังก็คือ น้ำตาลที่ใส่ผสมลงไปต้องไม่มากเกินไปด้วยนะคะ เพราะแทนที่จะได้ประโยชน์กลับได้ผลเสียกลับมาแทนนะคะ




ข้าวเหนียวมะม่วง

การทำข้าวเหนียวมะม่วง

    เข้าฤดูมะม่วง หน้าร้อนแบบนี้ต้องนึกถึงเมนู ข้าวเหนียวมะม่วง หวานอมเปรี้ยวที่ทุกคนยากที่จะปฏิเสธ เห็นขายตามร้านทั่วไปดูแล้วจะทำกินเองดูยากเหลือเกิน แต่ถ้าอยากกินเป็นจำนวนเยอะ กินทั้งครอบครัวแนะนำให้ลองทำเองดู แม้ขั้นตอนจะดูเยอะหรือใช้เวลานาน แต่เพื่ออาหารที่มีรสชาติเข้มข้นจากฝีมือเราเอง ใส่เครื่องเต็มที่ไม่ต้องประหยัดมากมาย ทำเองคุ้มค่ากว่าค่ะ ไปดูส่วนผสมและวิธีทำกันเลยค่ะ




ส่วนผสม
  • ข้าวเหนียว 1 กิโลกรัม
  • เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 300 กรัม
  • หัวกะทิ 800 กรัม
  • ใบเตย 1 มัด
  • สารส้ม 1 ก้อน
วิธีทำ
  1. ใช้สารส้มก้อนขัดข้าวเหนียว (แห้ง) โดยการใช้มือตักขึ้นมาข้างหนึ่งแล้วมืออีกข้างหนึ่งใช้สารส้มขัดเบาๆ วิธีนี้จะทำให้ข้าวเหนียวเป็นสีสุกใสเมื่อมูนเสร็จ
  2. เติมน้ำลงไปในข้าวเหนียวแห้ง น้ำสูงกว่าข้าว 1.5 นิ้ว และขัดด้วยสารส้มอีกครั้งหนึ่ง ขัดอย่างเบามือ ไม่ให้เมล็ดข้าวแตกหรือหัก ขัดไปจนกว่าน้ำที่เทใส่ลงไปขุ่นเป็นสีขาว และเทน้ำทิ้งได้เลย
  3. ซาวข้าวเหนียว 4 รอบ หรือซาวจนน้ำที่ซาวนั้นใส ไม่ขุ่น จากนั้นก็เทน้ำสะอาดลงไปให้ท่วยข้าวเหนียว สูงกว่าข้าวเหนียว 2 – 3 นิ้ว แช่ทิ้งไว้ 3 ชั่วโมง
  4. แช่จนได้ที่แล้ว ก็เทข้าวเหนียวใส่กระชอนเพื่อให้สะเด็ดน้ำออกให้หมด จากนั้นก็นำไปนึงใช้เวลา 20 นาที
  5. เตรียมน้ำกะทิสำหรับมูนข้าวเหนียว นำหัวกะทิเทลงชามผสมใบใหญ่ และใส่เกลือและน้ำตาลทรายลงไป ขนให้เข้ากัน และขยำด้วยใบเตย ขยำจนพอได้กลิ่่นใบเตยและน้ำตาลเกลือละลายจนหมด กรองด้วยกระชอยตาถี่หรือผ้าขาวบางอีกครั้ง
  6. เมื่อข้าวเหนียวสุกดีแล้ว รีบเทข้าวเหนียวในขณะที่ยังร้อน ใส่ลงไปในน้ำกะทิ คนด้วยพายให้น้ำกะทิซึมเข้าไปในข้าวเหนียว คนเสร็จแล้วปิดฝาให้สนิทใช้เวลา 10 นาที แล้วเปิดฝาขึ้นมาคนต่อโดยการใช้ไม้พายปาดไปมา ปิดฝาต่ออีก 20 นาที แล้วเปิดขึ้นมาปาดใหม่อีกหนึ่งรอบ ปิดฝาไว้อีก 10 นาที แล้วเราก็ได้ข้าวหนียวมูนเม็ดใสน่ารับประทาน
  7. เตรียมมะม่วงสุก ปอกเปลือกฝานลงบนจาน ตักข้าวเหนียวมูนวางข้างๆ แล้วราดด้วยน้ำกะทิ
ทำตามทุกขั้นตอนก็จะได้ข้าวเหนียวมูนหวานหอมตรามที่ต้องการ เปลี่ยนหน้าได้ไม่จำเป็นต้องเป็นมะม่วงเพียงอย่างเดียว สามารถกินกับอะไรได้หลายอย่าง ลองนำสูตรนี้ไปปรับได้ ไม่ว่ากันค่ะ

ข้าวเหนียวทุเรียน

การทำข้าวเหนียวทุเรียน


   ทุเรียน ราชาผลไม้ในหน้าร้อนนี้คนก็ตั้งหน้าตั้งตารอคอยแต่จะกินทุเรียน เมื่อตาลายซื้อมาเยอะแต่ดันกินไม่หมด เก็บไว้จนทุเรียนสุกเกือบจะเละ เลยต้องนำมาทำเมนู ข้าวเหนียวทุเรียน  ขนมหวานสุดอร่อยให้อิ่มชื่นใจในหน้าร้อน


ส่วนผสม ข้าวเหนียวทุเรียนน้ำกะทิ (สำหรับ 4 คน) 

  • ทุเรียนแกะเนื้อ 200 กรัม
  • หัวกะทิ 1 ถ้วย
  • น้ำตาลปิ๊บ ¼ ถ้วย
  • เกลือสมุทร ¼ ช้อนชา
  • ใบเตยมัดปม 1 ใบ
  • ข้าวเหนียวมูนสำหรับจัดเสิร์ฟ
  • หัวกะทิสำหรับราด

วิธีทำ

  1. แกะเนื้อทุเรียนออกจากเม็ด ยีเนื้อทุเรียนให้เป็นเส้น ใส่จาน พักไว้
  2. ใส่หัวกะทิ น้ำตาลปิ๊บ เกลือสมุทร และใบเตยลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง คนให้น้ำตาลละลาย ตักใบเตยออก ใส่เนื้อทุเรียนที่ยีแล้วลงในหม้อ คนให้ส่วนผสมเข้ากันอีกครั้ง ปิดไฟ พักไว้
  3. จัดเสิร์ฟโดยใส่ข้าวเหนียวมูนลงในถ้วย ตักน้ำกะทิทุเรียนลงในถ้วย ราดด้วยหัวกะทิ

ข้าวเหนียวถั่วดำ

การทำข้าวเหนียวถั่วดำ


ข้าวเหนียวกับถั่วดำ ข้าวเหนียวทำอะไรกินได้บ้าง ถั่วดำทำอะไรกินดี ขนมไทย ข้าวเหนียวถั่วดำ สอนทำขนมไทย วิธีทำข้าวเหนียวถั่วดำ สอนทำขนมไทย ข้าวเหนียวถั่วดำทำอย่างไร

ข้าวเหนียวถั่วดำ ขนมไทย เมนูกะทิ เมนูข้าวเหนียว


สูตรข้าวเหนียวถั่วดำ เป็น ขนมไทย เมนูข้าวเหนียวมูน ข้าวเหนียวมูน ทานคู่กับ ถั่วดำต้ม และน้ำกะทิ หวานๆ เป็น ขนมหวาน แบบง่ายๆ แต่ความยากของเมนูนี้ นอกจากการทำข้าวเหนียวมูน ที่อร่อย แล้ว การต้มถั่วดำ ให้รสชาติ สุกพอดี เป็นสิ่งที่ทำยาก บางร้านขนมถั่วดำไม่สุก บางร้าน ถั่วดำเละ ดังนั้น การทำข้าวเหนียวถั่วดำ ไม่ใช่เรื่องงายเลย

ส่วนผสมสำหรับทำข้าวเหนียวถั่วดำ

ขั้นตอนการทำข้าวเหนียวถั่วดำ
  1. นำถั่วดำแช่น้ำอุ่น 3 ชั่วโมง จากนั้นพักไว้ก่อน
  2. ต้ม กะทิ กับ น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทราบ และ เกลือ พอส่วนผสมละลายแล้วใส่ ถั่วดำ ลงไปต้มให้สุก
  3. จากนั้นพักให้ ถั่วดำ และ กะทิเย็น
  4. เสริฟ ถั่วดำ กะทิ ใส่ ข้าวเหนียวมูน ลงไป ข้าวเหนียวถัวดำ แบบง่ายๆ
เคล็ดลับการทำข้าวเหนียวถั่วดำ
  • ถั่วดำ ให้คัดถั่วดำที่เสียออก โดยวิธีการเลือกถั่วทำที่เสียออก สามารถทได้โดย การแช่น้ำ ถั่วดำที่ลอยน้ำขึ้นมา แสดงว่า เป็น ถั่วดำที่เสีย หากนำมาทำขนม จะทำให้เสีรสชาติ
  • การแช่ถั่วดำในน้ำ ต้องแช่ถั่วดำ ในน้ำ 1 คืน ในอุณหภูมิห้อง ให้ถั่วดำอิ่มน้ำอย่างเต็มที่ หากเร่งรีบ สามารถแช่ในน้ำอุ่น ซึ่งจะทำให้ใช้เวลา แค่ 3 ชั่วโมง
  • การต้มถั่วดำ ให้ต้มในน้ำเดือด และหมั่นคอยเอา ถั่วดำออกมาตรวจสอบความสุก ซึ่ง ต้องตรวจสอบ เนื่องจาก การแช่ถั่วดำ ในแต่ละครั้ง มีอุณหภูมิที่แตกต่างกัน การทดสอบ ลองชิม ถั่วดำ จึงเป็น วิธีที่ง่ายที่สุด
  • น้ำกะทิ ที่ใช้ทำน้ำกะทิ สำหรับ ขนมข้าวเหนียวถั่วดำ ต้องคั้นกะทิสดๆ ทุกวัน ไม่แนะนำให้ใช้ กะทิกระป๋อง เนื่องจาก มีความหอม และมันมากเกินไป ไม่มีความเป้นธรรมชาติ
  • น้ำกะทิ ใส่ นมค้นจืด และนมค้นหวาน ลงไปด้วย จะเพิ่มรสชาติความอร่อย ให้กับ ขนมข้าวเหนียวถั่วดำ
  • ข้าวเหนียว สำหรับ นำมาทำข้าวเนียวมูน นั้น ให้ใช้ ข้าวเนียวเคี้ยวงู ของเชียงราย ซึ่ง เป็นข้าวเหนียวที่เม็ดสวย และ ให้ใช้ ข้าวเหนียวเก่า ข้าวเหนียวมูน จะเม็ดสวย ไม่เละ
ข้าวเหนียวถั่วดำ เป็น ขนมหวาน ยอดนิยม ส่วนผสมและขั้นตอนการทำ เข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนรักการทำขนม